วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553

ร้านอาหารในเชียงใหม่

จำนวนร้านอาหารที่มีอยู่ในเชียงใหม่ เท่าที่รวบรวมมาได้
มาที่ร้านแรกกันเลยดีกว่าครับ แพลนท์ ออแกนิค คาเฟ่ (Plant Organic Cafe)ร้านนี้อยู่ที่ ถนนนิมมานเหมินท์ (หน้าโรงแรมYesterday the Village)
ร้านนี้ปิดทุกวันไม่มีวันหยุดเวลาเปิด ปิดก็:07:00 - 23:00 เป็นร้านอาหาร มีกาแฟ และเบเกอรี่ด้วย จำนวนโต๊ะก็มีอยู่ประมาณ 30 โต๊ะ ราคาก็ย่อมเยา
ร้านที่สองจะเป็นร้านก๋วยเตี๋ยวครับชื่อร้านรสเสวย ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นร้านก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นยาจีน ร้านนี้ ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นน้ำกลมกล่อม เนื้อไก่นิ่มมาก กระดูกไก่ตุ๋นจนเคี้ยวกระดูกอ่อนๆได้เลยครับ เมนูมีก๋วยเตี๋ยว ข้าวไก่ตุ๋น ข้าวหน้าไก่อบ หรือ เกาเหลา กับข้าวเปล่าก็ไม่อร่อยดีครับ
ร้านอยู่ตรงก่อนหัวมุมโค้งสวนบวกหาดเลยครับ สังเกตป้ายซ้ายมือได้เลยครับ รสเสวย ก๋วยเตี๋ยวไก่ตุ๋นยาจีน
ร้านนี้ก็เปิดทุกวันไม่มีวันหยุดครับ เวลาเปิด-ปิด : 08.00 – 20.30 จำนวนที่นั่ง ประมาณ 60 ที่นั่ง
ร้านมังกี้ คลับ (Monkey Club)อยู่บนถนน นิมมานเหมินทร์ซอย 9 ร้านนี้เป็นผับชื่อดังของเชียงใหม่ด้วยครับร้านนี้ก็เปิดทุกวันไม่มีวันหยุดครับ เวลาเปิด-ปิด : 17.00 – 01.00 จำนวนที่นั่ง ประมาณ 400 ที่นั่ง
ร้านขนมจีนที่ชื่อว่าบ้านขนมจีน เป็นร้านขนมจีน กึ่งบุฟเฟ่ต์ร้านแรกของเชียงใหม่ ต้นตำรับความอร่อยมาตั้งแต่ พ.ศ.2537 ก่อนที่ไทยจะได้เป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์ที่เชียงใหม่ ในปี 1995 (พ.ศ.2538) ร้านนี้ตั้งอยู่ในหมู่บ้านโชตนา นิเวศน์2 เข้าซอยโรงเรียนพานิชยการลานนา เลยวัดเจ็ดยอดมา 1 ซอย จะเห็นป้ายสีเหลืองขนาดใหญ่ตรงทางเข้า ตามป้ายมาประมาณ 1.5 กม. เลี้ยวขวาเข้าซอยโพธาราม ซอย 4 เข้ามาอีก 100 เมตร ใกล้สุดซอย เป็นบ้านทรงไทยครึ่งตึกครึ่งไม้ 2 ชั้น หน้าบ้านมีซุ้มทรงไทยประดับอยู่ ดูแล้วร่มรื่นสบายตา ช่วยเพิ่มความหิวให้อีกเยอะทีเดียว
เส้นขนมจีนของที่ร้านจะบีบเองทุกเช้า ใช้สมุนไพรสด เช่น สีแสดของแครอท, สีเหลืองของขมิ้นและใบเตย, สีชมพูของบีทืรูท, สีม่วงครามของดอกอัญชัน รัปประกันความสดสะอาดเหนียวนุ่ม ส่วนน้ำแกงมีทั้งหมด 9 อย่าง ตัวชูโรงน่าจะเป็นน้ำยาปูทะเล หอมกลิ่นกระชายเย้ายวน ซึ่งแทบจะหาทานที่อื่นไม่ได้ นอกจากนั้นก็มีน้ำเงี้ยว, น้ำยาปลาช่อน, น้ำยาป่า, แกงไตปลา, น้ำพริก, แกงเขียวหวานไก่, แกงเผ็ดหมูโจ๊กและขนมจีนซาวน้ำ ให้เลือกทานอย่างอิ่ม อร่อย อีกด้วย ส่วนใบชะพลู ผักชีฝรั่ง และดอกเฟื่องฟ้าทอดกรอบ ต้นตำรับอยู่ที่ร้านบ้านขนมจีนเช่นกัน สนนราคาบุฟเฟ่ต์น้ำแกงคนละ 30 บาท, เส้นขนมจีนจานใหญ่ 20 จานเล็ก 10, ผักทอดกรอบ 10, ของหวานถ้วยละ 10 บาท ร้านเปิดทุกวันที่ 1-28 ของทุกเดือน เวลา 10.00-14.00 น. หยุดวันที่ 29-31 ของทุกเดือน
ร้านอาหารทะเล ชื่อครัวปูยิ้ม เป็นร้านอาหารทะเลที่เปิดเอาใจคนชอบกินอาหารทะเล โดยทางร้าน อยากให้ชาวเชียงใหม่ได้กินอาหารทะเลในราคาประหยัด ไม่แพงจนเกินไป
ครัวปูยิ้ม เป็นร้านอาหารที่มีบรรยากาศหลากหลายในร้านเดียวกัน มีทั้งโซนติดริมน้ำ ได้บรรยากาศริมน้ำ , โซนต้นไม้ และดนตรี จะได้บรรยากาศเย็นสบายกลางเสียงเพลง, โซนระเบียง ได้บรรยากาศริมทะเล กับร้านที่ประดับด้วยก้อนหิน และโซนที่กำลังจะเปิดเร็วๆนี้คือ โซนห้องแอร์
ส่วนเมนูอาหารนั้นมีให้เลือกมากมายเลยทีเดียว เช่น ปูนึ่ง , ต้มยำปลาเก๋า , ปูม้าผัดผงกระหรี่ , หอยเชลล์ผัดเผ็ด , ปลาหมึกผัดน้ำพริกเผา , กุ้งอบอบวุ้นเส้น , ไข่เจียวหอยนางรม และอื่นๆอีกมากมายทีเดียว เปิดทุกวัน เวลาเปิดปิด 10.00 – 23.00 น
ร้านขนมหวานชื่อร้านนิดา ขนมไทยขายขนมไทยโบราณ หาทานยาก เช่น ขนมตาล ขนมถ้วยฟู ขนมขี้หนู ขนมต้ม ขนมไส้ปลา ขนมตะโก้
และของว่างทานเล่นอร่อยๆ เช่น ข้าวตังเมี่ยงลาว เมื่ยงคำ ข้าวตังหน้าตั้ง ปลาแนม ขายที่ตลาดเกษตรปลอดสารพิษ ข้าง ม.ช. เฉพาะวันเสาร์เท่านั้น ตั้งแต่เวลา 06.00-12.00

จังหวัดเชียงใหม่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวในภาคเหนือเองก็มีร้านอาหารอร่อยๆมากมาย

วันพฤหัสบดีที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2552

เวียงแหงโลกลึกลับของเชียงใหม่

เวียงแหงโลกลึกลับของเชียงใหม่
หลายคนเคยไปเชียงใหม่กันมาหลายอำเภอแล้วหลายครั้ง ประทับใจไม่รู้ลืมความเป็นเอกลักษณ์ของเชียงใหม่ คนที่เคยไปเวียงแหงมีน้อยมากอำเภอเวียงแหงเหนือสุดของเชียงใหม่ติดดินแดนพม่า ที่โน่นเป็นเมืองใหญ่สำคัญในประวัติศาสตร์ที่ถูกลืม วันนี้ใครไปอาจจะคิดว่าทำไมไม่ไปเสียตั้งนานแล้ว ที่เวียงแหงน่าจะเป็นเมืองที่มีวิวทิวทัศน์สวยที่สุดในภาคเหนือ ที่เวียงแหงจะพบผู้คนใช้ชีวิตอยู่กินแบบดั้งเดิม ที่นี่ยังมีชนเผ่าหลงเหลืออยู่ที่นี่มีชนเผ่าอยู่กว่า9เผ่าพันธุ์ทั้งคนเมือง ไทยใหญ่ ชาวเขาหลายเผ่าและจีน ที่พูดภาษาจีนกลาง
เวียงแหงเป็นเมืองที่เพิ่งฟื้นจากอดีต ในอดีตเวียงแหงเป็นเมืองใหญ่ที่สำคัญเป็นถิ่นที่อยู่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ จากหลักฐานเครื่องมือเครื่องใช้ที่ขุดพบเชื่อกันว่าในศตวรรษที่19เป็นเมืองใหญ่แล้ว สมัยอยุธยา ยุคสมเด็จพระนเรศวรมหาราชใหญ่ไปกว่านั้นอีก เป็นเมืองการค้าและการสงครามสำคัญ ตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างเชียงใหม่กับอังวะ เมืองหลวงพม่าสมัยนั้น เป็นจุดสุดท้ายที่สมเด็จพระนเรศวรมหาราชชุมพลพักทับเพื่อไปตีอังวะในปี2148ไม่มีใครรู้ว่าทำไมเวียงแหงโทรมลงจนค่อยๆเลือนหายไปจากประวัติศาสตร์รอบร้อยปีชี้ว่าเป็นเขตชายแดนไกลโพ้นส่วนหนึ่งของอ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่
ไปเวียงแหงจะตื่นเต้นเร้าใจ เวียงแหงอยู่ห่างจากเชียงใหม่ในเส้นทางสายเหนือที่มุ่งไป อ.ฝาง 150กม. เมื่อไปได้ราว 72 กม. ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปในเส้นทางที่ระบุว่าไปเมืองงายในเขต อ.เชียงดาวเพื่อเดินทางต่อไปอีก 54 กม ไปถึง อ.เวียงแหง จากเชียงดาวไปเวียงแหงนี่เอง ภูมิประเทศสุดสดสวยตื่นเต้นเร้าใจที่สุด เนื่องจากรถต้องวิ่งวกวนขึ้นลงเทือกเขาเทือกแล้วเทือกเล่า ลัดเลาะไปตามไหล่เขาสูงและขอบหุบเหวลึก หลายครั้งถนนหักข้อศอกผ่านป่าดงดิบที่สวย พื้นที่อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ยตั้งแต่ 750-2,000 เมตรรถวิ่งอยู่ในป่าเขารกชัฏเงียบสงัดอากาศเยือกเย็นสองข้างทางเต็มไปด้วยดงไม้สูงใหญ่ แต่จะไม่น่ากลัวเพราะเป็นถนนชั้นดี
ไปที่โน่นจะรู้สึกอยู่ท่ามกลางบรรยากาศป่าเขาอย่างแท้จริง ด้วยเนื้อที่750 ตร.กม. ของอำเภอนี้เป็นป่าเขา93%ต้นน้ำลำธาร เพียง 7% เนื้อที่ 50 ตร.กม. เท่านั้น เป็นที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน เดินทางวกวนอยู่บนเขาจะพบป่าไม้หลายลักษณะตามความสูงของพื้นที่ ตั้งแต่ป่าโปร่ง ป่าเบญจพรรณ ป่าดิบเขา และป่าสนเมืองหนาว ในช่วงฤดูหนาว พ.ย.-ม.ค. จะเห็นทุ่งบัวตองเหลืองอร่ามตามป่าเขาไปตลอดทาง และช่วง ม.ค.-ก.พ. ต้นนางพญาเสือโคร่ง(ดอกซากุระพันธุ์ไทย) จะออกดอกสีชมพูกระจัดกระจายกันเป็นหย่อมๆให้เห็นมากมาย
เวียงแหงเป็นโลกลึกลับของเชียงใหม่ที่ไม่ค่อยมีใครได้พบห็น ทั้งที่เป็นที่รวมหลากหลายขนบธรรมเนียมประเพณีและความเชื่อถือ ด้วยเป็นที่อยู่ของผู้คน 9 เผ่าพันธุ์ด้วยกัน ที่โน่นชาวเขายังแต่งกายด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ตามเผ่าพันธุ์ดั้งเดิม ไม่เหมือนในเขตเจริญเชียงใหม่ ต้องจ้างจึงจะสวมใส่ให้ดู บนคนเมืองชาวเหนือในเวียงแหงหลังคาบ้านหลายแห่งตามรายทางยังมุงด้วยใบตองตึง ซึ่งหาดูไม่ได้แล้วในตัวเมืองเชียงใหม่ เดินอยู่ในเวียงแหงบ่งบอกเด่นชัดเป็นเมืองใหญ่มาก่อนมีแนวคูเมืองยาวถึง 2,000 เมตร ลักษณะตัวเมืองเป็นรูปไตหรือรูปถั่ว มีวัดร้างราว 60 วัด มีมากกว่าวัดที่มีในปัจจุบันถึง 3 เท่า บ่งชัดเป็นเมืองใหญ่มาก่อน วัดร้างบางแห่งอยู่ในดงสักใหญ่ อย่างเช่น วัดป่าใหญ่ แผ่นอิฐและกระเบื้องหักพังที่พบสร้างขึ้นอย่างมีลวดลายสวยงาม
ตัวเมืองเชียงแหงเก่ามีลักษณะเป็นเมืองปราการสงคราม ที่โน่นในรอบปีกอปรด้วยเทศกาลและงานประเพณีของคนหลายเผ่าทั้งปี อาทิ ปอยส่างลอง, ปอยหางน้ำและปอยส้มต่อของชาวไทยใหญ่ ตรุษจีนของชาวจีนฮ่อ ประเพณีกินวอของชาวเขาเผ่าลีซอ คริสต์มาสของชาวกะเหรี่ยง ยังพร้อมด้วยประเพณีชาวไทยเหนือที่มีวันสงกรานต์ วันลอยกระทง วันสงน้ำพระธาตุแสนไห พระบรมธาตุที่ชาวเวียงแหงเคารพอย่างสูงมาก น่าแปลก ประเพณีเหล่านี้คนภายนอกไม่ค่อยรู้กันว่ามีที่เวียงแหง ทั้งที่น่าจะเป็นจุดขายสำคัญด้วยเป็นพิธีดั้งเดิมอย่างมาก